บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) คืออะไร

News_170810_5

เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell)เป็นเซลล์ตัวอ่อนของโลหิตซึ่งอาศัยในไขกระดูก และจะเจริญเติบโตไปเป็นเม็ดโลหิตแดง เม็ดโลหิตขาว และเกล็ดโลหิต ซึ่งหล่อเลี้ยงอยู่ในร่างกาย  เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตสามารถบริจาคให้บุคคลอื่นได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาคแต่อย่างใด  และเป็นความหวังเดียวที่จะรักษาผู้ป่วยโรคทางโลหิตให้หายขาดได้ในปัจจุบัน โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการปลูกถ่าย Stem Cell มีดังนี้ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย, โรคโลหิตจางชนิดไขกระดูกฝ่อ,โรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาวเฉียบพลัน / เรื้อรัง ,โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น


วิธีบริจาค
Stem Cell

การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตมี 2 วิธี  ปัจจุบันนิยมวิธีการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตทางหลอดโลหิตดำ (Peripheral Blood Stem Cell Donation) เพราะง่ายและสะดวกสำหรับผู้บริจาค  โดยผู้บริจาคสามารถเลือกวิธีบริจาคได้ หรืออาจจะได้รับการร้องขอจากแพทย์ให้บริจาคด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง (ก่อนการบริจาคต้องมีการตรวจสุขภาพของผู้บริจาค) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตทางหลอดโลหิตดำ(Peripheral Blood Stem Cell Donation)

โดยปกติในกระแสโลหิตจะมีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต(Stem Cell) อยู่น้อยมาก ในขั้นแรกจึงต้องฉีดยา G-CSF 4 วัน เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) ออกจากไขกระดูก (Bone Marrow)  มากระจายในกระแสโลหิตให้มากพอ จึงจะเข้ากระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ซึ่งคล้ายกับวิธีการเก็บเกล็ดโลหิต หรือน้ำเหลือง(Plasma) โดยนำโลหิตผ่านเข็มที่แทงอยู่ในเส้นเลือดดำ(Vein) เข้าสู่เครื่อง Automated Blood Cell Separator ที่จะแยกเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ทั้งนี้จะใช้เวลาเก็บครั้งละ 3 ชั่วโมง และอาจจะต้องมาเก็บ 2-3 วัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้ป่วย

2. การบริจาคไขกระดูก (Bone Marrow Donation)

เป็นกระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากโพรงไขกระดูกโดยใช้เข็มและกระบอกฉีดยาเจาะเก็บจากบริเวณสะโพกด้านหลัง (บริเวณขอบกระดูกเชิงกราน) ซึ่งดำเนินการเก็บในห้องผ่าตัด กระบวนการนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งก่อนที่จะถึงกระบวนการเจาะเก็บข้างต้น ผู้บริจาคอาจต้องบริจาคโลหิตเก็บไว้ และจะนำมาให้หลังจากที่ได้เจาะเก็บไขกระดูกเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ร่างกายสามารถสร้างเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว และหลังทำแผลแล้วผู้บริจาคสามารถกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น และควรพักฟื้นร่างกายประมาณ 5-7 วัน

330px-Stem_cell_treatments_svg

ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์  มีดังนี้

1.ตรวจสอบคุณสมบัติของอาสาสมัคร

  • อายุระหว่าง 18-50ปี
  • เป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง
  • ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง

2. การลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาค Stem Cell

สามารถติดต่อขอรับเอกสารเพื่อลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาค Stem Cell ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ก่อนการบริจาคโลหิต

3. การเป็นผู้บริจาค Stem Cell

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จะทำการเก็บตัวอย่างโลหิตประมาณ 5 ml.  เพื่อนำไปตรวจลักษณะเนื้อเยื่อ (HLA or Tissue typing ) และเก็บเป็นฐานข้อมูลไว้ก่อนหากผู้บริจาคมีลักษณะเนื้อเยื่อ HLAเข้ากันได้กับผู้ป่วยแล้ว   ทางศูนย์บริการโลหิตฯ จะเชิญอาสาสมัครมาบริจาคสเต็มเซลล์ในภายหลัง ซึ่งการบริจาค stemcell ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาคแต่อย่างใด แต่กลับช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ เสมือนได้เกิดใหม่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
โทร. 0-2256-4300 หรือ 0-2263-9600 ต่อ 1770, 1771 และ 1777
หรือ  e-mail : stemcell@redcross.or.th
เว็บไซต์ :www.stemcellthairedcross.com

วันและเวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์                                              เวลา        08.30 – 16.00 น.
เสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์        เวลา        08.30 – 15.00น.

Be Sociable, Share!