รู้ไหม ? การสวดมนต์มีประโยชน์กว่าที่คิดเยอะเลย

ในช่วงนี้จะเห็นได้ว่า มีกิจกรรมด้านการสวดมนต์ให้พวกเราได้ไปเข้าร่วมกันมากมาย  หลายคนอาจไม่รู้ว่าจะสวดมนต์ไปทำไม รู้แค่ว่าเป็นกิจกรรมทางศาสนา แต่อันที่จริงแล้วการสวดมนต์ยังมีประโยชน์มากมายที่ได้รับการยืนยันเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้วนะคะ

รศ. จุฑาทิพย์ อุมะวิชนี ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะศิลปะศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การสวดมนต์เป็นเครื่องช่วยเหนี่ยวนำทำให้เกิดสมาธิ โดยผู้สวดต้องจดจ่ออยู่กับเสียงสวด เมื่อใจไม่ฟุ้งไปที่อื่นจึงเกิดสมาธิได้ง่าย เมื่อร่างกายเข้าสู่สมาธิจะหลั่งสารที่ช่วยกระตุ้นให้ระบบต่างๆทำงานเป็นปกติ ร่างกายและจิตใจมีการผ่อนคลายทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้น อาการป่วยก็จะดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในต่างประเทศที่ รศ. ดร. สมพร กันทรดุษฎี-เตรียมชัยศรี ได้สรุปว่า การสวดมนต์ช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วยและช่วยเยียวยารักษาโรค เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง ซึมเศร้า ไมเกรน ออทิสติก ย้ำคิดย้ำทำ โรคอ้วน นอนไม่หลับ พาร์กินสัน เป็นต้น

954834_469764573109885_1865265261_n

เห็นไหมคะว่า ประโยชน์ของการสวดมนต์นั้นมีมากกว่าที่เราคาดกันใช่ไหมละ ทีนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่า การสวดมนต์บำบัดทำได้กี่แบบ

1. การสวดมนต์ด้วยตัวเอง เป็นวิธีการที่ดีที่สุด อาจสวดมนต์ตั้งแต่ตื่นนอนเช้า และเวลาก่อนเข้านอน ไม่ควรสวดมนต์หลังกินอาหารทันที การสวดมนต์อาจสวดบทสั้นๆ 3-4 พยางค์ โดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีขึ้นไป จะทำให้ร่างกายหลั่งสารซีโรโทนิน แต่หากสวดมนต์ด้วยบทยาวๆ จะได้ความผ่อนคลายและเกิดความศรัทธา ขณะสวดมนต์ให้หลับตาสวดให้เกิดเสียงดังให้ตัวเองได้ยิน

2. การฟังผู้อื่นสวดมนต์ การฟังเสียงพระสวดมนต์ หรือเสียงผู้นำสวดในศาสนาต่างๆ หากผู้สวดมีสมาธิ เสียงสวดนั้นจะนุ่ม ทุ้ม ทำให้เกิดคลื่นที่ช่วยเยียวยาผู้ฟังได้ แต่หากผู้สวดไม่มีสมาธิ ไม่มีความเมตตา จะไม่ช่วยเยียวยาอาการป่วย

3. การสวดมนต์ให้ผู้อื่น คลื่นสวดมนต์ เป็นคลื่นบวก เกิดจากจิตใจที่ดีงาม ปรารถนาดีต่อผู้ป่วย และเมื่อเราคิดจะส่งสัญญาณนี้ออกไปสู่ที่ไกลๆ มันจะเดินทางไปในรูปของคลื่นไฟฟ้า ซึ่งมนุษย์เรามีเซลล์สมองที่สามารถส่งสัญญาณคลื่นไฟฟ้าได้

พระพุทธศาสนา มีบทสวดมากมายหลายบท ให้เลือกใช้ตามความชอบ ยกตัวอย่าง เช่น อิติปิโส เท่ากับอายุ หรือ นะโมตัสสะ หรือ นะโมพุทธายะ หรือ พุทธังสรณังคัจฉามิ ธัมมังสรณังคัจฉามิ สังฆังสรณังคัจฉามิ เป็นต้น เลือกท่อนใดท่อนหนึ่งแล้วสวดวนไปวนมา ซ้ำๆ ช้าๆ ทำความรู้สึกสบายในขณะสวด หรือโพชฌงค์ 7 ที่หลายคนนิยมสวดให้ตัวเองหรือคนไข้หายป่วย ข้อที่น่าสังเกตคือ บทสวดโพชฌงค์ 7 จะมีความแตกต่างจากบทสวดอื่นๆ คือ คลื่นเสียงของบทสวดจะมีแค่เสียงสระ มีแค่สองจังหวะ คลื่นเสียงจากบทสวดจึงทำให้เกิดคลื่นที่เยียวยาได้ดีที่สุด

 art_224560

การจะเลือกสวดมนต์บทไหน ผู้สวดสามารถประเมินได้ด้วยตนเอง เมื่อสวดแล้วทำให้ผ่อนคลาย ร่างกายเบาโล่งโปร่งสบาย มีความสุขได้นาน อาการเจ็บป่วยดีขื้น การสวดมนต์ต้องสวดเป็นประจำอย่างน้อยเช้า – เย็น สวดมนต์ให้ตนเองแล้วแผ่เมตตา ส่งความปรารถนาดี ความรักอย่างไม่มีประมาณแล้วเราจะพบความสุขสบายได้อย่างง่ายๆ อาการป่วยจะบรรเทาและดีขึ้น

 

 

87732ขอขอบคุณ : ข้อมูลจากกลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลลำปาง

 

 

Be Sociable, Share!