สถานการณ์คราบน้ำมันบนเกาะเสม็ด กับทางเลือก Bio Dispersant (ไบโอ ดิสเพอร์แซนท์)

ขณะนี้มีการถกเถียงกันเรื่อง วิธีขจัดคราบน้ำมันบนเกาะเสม็ดมากมาย มีการแชร์คลิป วิธีการทำทุ่นจากเส้นผมเพื่อช่วยกำจัดคราบน้ำมัน ซึ่งได้กระแสตอบรับเป็นอย่าง แต่ก็มีการคัดค้านว่า เส้นผมกำจัดคราบน้ำมันไม่ได้จริง
 เพราะว่ากันว่า การใช้เส้นผมรวมกันใส่ในถุงน่องเพื่อนำไปดักจับคราบน้ำมัน ไม่เป็นที่ยอมรับในทางวิชาการ เส้นผมไม่มีศักยภาพเพียงพอในการดูดซับน้ำมัมดิบจำนวนมหาศาล
อันที่จริงการใช้เส้นผมเพื่อกำจัดคราบน้ำมันนั้น มีที่มาจาก Matter of Trust เอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ ที่เป็นผู้คิดค้นและเผยแพร่วิธีการทำทุ่นจากเส้นผม โดยมีการออกแคมเปญขอรับบริจาคเส้นผมจากประชาชน ร้านทำผม และร้านตัดขนสุนัขทั่วสหรัฐฯ เพื่อนำมายัดใส่ถุงน่อง หรือถุงไนล่อน ทำเป็นทุ่นดักจับคราบน้ำมัน ตอนที่เกิดเหตุการณ์แท่นขุดเจาะน้ำมันระเบิดในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งถือเป็นการรั่วไหลของน้ำมันครั้งที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก
ตอนนั้นคนอเมริกันแห่กันบริจาคเส้นผมและขนสุนัขกันอย่างล้นหลาม มีเส้นผมที่ได้รับบริจาคกว่า 2 แสนกิโลกรัม และมีการจิตอาสาช่วยกันทำทุ่นเส้นผม หรือแฮร์บูม ทั้งจากภาครัฐและเอกชน แต่ปรากฏว่าเมื่อทางบริษัทบีพี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการกำจัดคราบน้ำมัน เพราะเป็นเจ้าของแท่นขุดเจาะที่ระเบิด ทำการทดลองเปรียบเทียบระหว่างทุ่นเส้นผม กับทุ่นซับน้ำมันที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป ทุ่นเส้นผมกลับอมน้ำมากกว่าและไม่ค่อยดูดซับน้ำมัน รวมถึงจมน้ำเร็ว ไม่เหมือนทุ่นดูดซับน้ำมันปกติ
 47691_718826544809414_2035656129_n
ด้วยเหตุนี้ ทางบีพีจึงปฏิเสธไม่ใช่ทุ่นเส้นผมในการขจัดคราบน้ำมัน เนื่องจากต้องการใช้เฉพาะวิธีที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ และได้ขอให้ประชาชนยกเลิกการบริจาคเส้นผมและทุ่นเส้นผมด้วย
นอกจากวิธีกำจัดน้ำมันจากเส้นผมแล้ว ยังมีทางเลือกอีกวิธีหนึ่งนั่นคือการใช้ Bio Dispersant (ไบโอ ดิสเพอร์แซนท์) หรือสารขจัดคราบน้ำมันทางชีวภาพ ซึ่งกระทรวงวิทยาสศาสตร์และเทคโนโลยี มอบหมายให้ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือไบโอเทค เป็นผู้ประสานงานกับภาคเอกชน ที่นำงานวิจัยนี้ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ในชื่อ “KEEEN” (คีนน์)
คุณสมบัติเด่นของสารขจัดคราบน้ำมันทางชีวภาพ คือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ที่คัดเลือกมาจากแหล่งน้ำมันดิบธรรมชาติ จะทำหน้าที่ย่อยสลายน้ำมันให้กลายเป็น เอชทูโอ หรือน้ำ และ ซีโอทู หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต่างจากการใช้สารเคมีกำจัดคราบน้ำมัน ที่ยังคงหลงเหลือสารพิษอยู่ในระบบนิเวศ การสาธิตนี้ แสดงให้ประสิทธิภาพของสารขจัดคราบน้ำมันทางชีวภาพ ด้านขวาคือการเทน้ำเปล่า จะเห็นว่าน้ำมันเกาะตัวลอยเหนือน้ำ ขณะที่ด้านซ้ายเทน้ำผสมสารขจัดคราบน้ำมันทางชีวภาพ ปรากฎว่า น้ำมันเกิดการแตกตัวเป็นเม็ดเล็กๆ ก่อนที่จะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายไปจนหมดเพียงไม่กี่นาที
ส่วนแผนการกำจัดคราบน้ำมันที่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ดในครั้งนี้ มีการประเมินกันว่าจะต้องใช้ 3 ขั้นตอนคือ การจำกัดพื้นที่การแพร่กระจายของน้ำมันดิบ การฉีดพ่นสารชีวภาพบนผิวน้ำ-โขดหิน และการกำจัดคราบน้ำมันบนผิวทรายริมชายฝั่ง โดยสถานการณ์ขณะนี้จะมีการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ไบโอเทค สำรวจและประเมินพื้นที่กำจัดคราบน้ำมัน จากนั้นเสนอแผนให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พิจารณาอนุมัติ หากไม่มีเรื่องติดขัดคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในวันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นอย่างช้า
Be Sociable, Share!